เรื่องเล่าเร้าพลังคลินิกโรคหืด

โดย วัชรา บุญสวัสดิ์

Post : 25/01/2556 23:15      Last Update: 25/01/2556 23:22
 
     

เรื่องเล่าเร้าพลังคลินิกโรคหืด จากโรงพยาบาลนครพนม

petcharaporn.jpg

ขอเชิญชวนสมาชิกที่มีเรื่องดีๆนำมาเล่าสู่กันฟังด้วยครับ

 

การเดินทางของปลาร้า

สวัสดีค่ะ  ดิฉันเป็นพยาบาลประจำคลินิกโรคระบบทางเดินหายใจค่ะ  ขออนุญาตแนะนำถึงโรคหอบหืดและถุงลมโป่งพอง  รวมถึงการบริหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของปอดโดยนักกายภาพนะคะจะจัดเรียงลำดับเข้าพบแพทย์ตามหมายเลขคิวบัตรตรวจโรค  สำหรับผู้ป่วยรถนั่ง รถนอนจะได้รับการตรวจก่อน เพราะมีความจำเป็นเร่งด่วนกว่านะคะ   ออกจากห้องตรวจแพทย์แล้ว  มาพบพยาบาลที่จุดหลังตรวจเพื่อรับคำแนะนำก่อนกลับบ้านนะคะ  จากนั้นพบเจ้าหน้าที่กายภาพเพื่อวัดสมรรถภาพปอดโดยการเดิน 6 นาที  แล้วขั้นตอนสุดท้ายจึงไปพบเจ้าหน้าที่เภสัชกรรมค่ะ

ณ บ่ายวันหนึ่ง คุณลุงสุบัน  มาตรวจตามนัดที่คลินิกโรคระบบทางเดินหายใจ

วันนี้เป็นอย่างไรบ้างค่ะ  เมื่อเช้าคุณลุงไม่ได้มาตามนัด เพื่อเป่า Spirometer หรือค่ะ   พยาบาลถาม

คุณลุงสุบัน“ ไม่ครับ ผมอยู่ยามผลัดดึก  ได้นอนก็เวลา 10.00น-13.00 น.แล้ว มาพบเฉพาะคุณหมอละครับ”

พยาบาล“ ช่วงนี้มีอาการกำเริบของหอบหืดบ้างไหมค่ะ “

คุณลุงสุบัน“ ผมมาห้องฉุกเฉิน 2 ครั้ง  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มาช่วงเย็นประมาณ 20.30 น.กับ 00.30 น ครับ มาพ่นยาที่ห้องฉุกเฉินแล้วก็กลับครับ ไม่ได้นอน รพ.เหมือนเคยแล้ว  ตั้งแต่มาเข้าคลินิกโรคระบบทางเดินหายใจแล้ว กลับไปปฏิบัติตามคำแนะนำคุณพยาบาลแล้ว  ไปออกกำลังกายทำปากจู๋   ปากห่อๆ เวลา เช้า-เย็น  ตามคำแนะนำของพนักงานกายภาพ  ผมรู้สึกได้เลยว่าเหนื่อยลดลง

ทำงานได้มากขึ้น  ได้นานขึ้นด้วยครับ ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา  ไม่ต้องเข้าไปนอนใส่ท่อช่วยหายใจที่แผนกผู้ป่วยหนัก     มารพ.ห่างครั้งขึ้น   ผมรับประทานอาหารได้มากขึ้นตามที่นักโภชนาการแนะนำ   ตอนนี้น้ำหนักตัวผมเพิ่มขึ้น 5 กิโลกรัม  ไม่เหนื่อย ไม่หอบง่ายเหมือนเดิมแล้ว    ยาพ่นสำหรับเวลาจับหืดผมแทบไม่ได้ใช้เลย   ใช้เฉพาะยาพ่น steroid ตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด  ผมรู้สึกดีขึ้น    คล้ายตายแล้วเกิดใหม่  เรื่องสิทธิ์ประกันสังคมผมเช่นเดียวกัน ไม่ได้ต่อประกันสังคมแล้ว  มาใช้สิทธิบัตรทอง  เจ้าหน้าที่สิทธิบัตรให้คำแนะนำผมอย่างดี  “

พยาบาล“ ดีมากค่ะ  อย่างไรนะต้องมาเป่า spirometerนะ ถ้าคุณลุงไม่สะดวกมาเวลามีคลินิกวันจันทร์  พยาบาลขอนัดเป็นวันศุกร์ช่วงบ่ายที่จะถึงนี้ก็แล้วกัน  คุณสุบันจะได้พักผ่อนให้เต็มที่  มาพบพยาบาลช่วง 14.00น. นะคะ  คุณลุงสะดวกไหมคะ”

คุณสุบัน“ ได้ครับ ผมสะดวกมาครับ   อ้อ  คุณพยาบาลครับ  นี่คือปลาแดก  (ปลาร้า)  ผมฝากเพื่อนซื้อมาจาก อ. ศรีสงคราม(เป็นอำเภอขึ้นชื่อเรื่องปลาแยะ และปลาร้าอร่อย  ของจังหวัดนครพนม)   ผมอยากให้คุณพยาบาลได้ทาน  มันอร่อยนะครับ   มี 2 อย่าง  คือทำอาหารและไว้ทำส้มตำ   มันเดินทางมาไกลนะ  คือตั้งใจฝากคุณพยาบาลตั้งแต่ผมจะมารพ.แต่ได้เข้านอนแผนกผู้ป่วยหนักเสียก่อน เพื่อนผมนำมันกลับไปบ้านผม และแขวนมันไว้ที่เสาบ้านในห้องพัก  นอนรพ. ได้ 8 วัน กลับบ้านแล้วลืมนึกถึงมัน ปลาร้ามันแขวนที่เสาบ้านตั้งแต่นั้นครับ  ตั้งแต่ตั้งใจนำมาฝากให้คุณพยาบาลจนถึงวันนี้  รวมเวลาได้ 90 วัน   3 เดือนพอดี ออกพรรษาเลย   แหะ! แหะ!  เขาว่าปลาร้าคือปลาแห่งความอุดมสมบูรณ์ ก็เพราะมันมีมากจนต้องนำมาหมักใส่ไหไว้ ทานนานๆ  เอาไว้นานยิ่งอร่อยนะครับ “

พยาบาล “ ขอบคุณค่ะคุณลุง  หนูจะนำไปประกอบอาหารนะค่ะ  ขอบคุณอีกครั้งค่ะ”

          ย้อนนึกถึงผู้ป่วยรายนี้   คุณสุบัน  ผู้ป่วยมีอายุ 57 ปี  แกป่วยเป็น asthma ตั้งแต่ดิฉันมาประจำที่ห้องอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน  พ่นยาที่ฉุกเฉินสัปดาห์ละ 6 วัน  คุณลุงมีวันหยุดที่ไม่ต้องพ่นยาอยู่ประมาณ 1 วัน/สัปดาห์   ลูกค้าประจำแผนกอุบัติเหตุ-ฉุกเฉินที่มาทุกเวร ไม่มีเจ้าหน้าที่ รพ.คนไหนที่จำคุณลุงไม่ได้   ตอนนั้นดิฉันประจำที่แผนกอุบัติเหตุ-ฉุกเฉินได้ 4 ปี  ก็ย้ายมาอยู่แผนกพิเศษได้ 4 ปี ปัจจุบันประจำแผนกผู้ป่วยนอกได้ 2 ปีแล้ว  มาประจำคลินิกโรคระบบทางเดินหายใจได้ 6 เดือน  ได้ย้อนดูประวัติของคุณลุงสุบัน  สถิติของคุณลุงเริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค. 2554-31 ธ.ค. 2554 คุณลุงเทียวมารพ. 44 ครั้ง  พ่นยากลับบ้าน 34 ครั้ง  นอนรพ. 10 ครั้ง  นอนพักรักษาตัวที่รพ.นั้นจำนวน 10 ครั้ง จำนวนน้อยที่สุดที่ได้นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล นาน 1 วัน  นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานที่สุด 8 วัน  อยู่แผนกผู้ป่วยหนัก 1ครั้ง นาน 8 วันประวัติคุณลุง เริ่มตั้งแต่คุณลุงทำงานที่โรงพิมพ์สถานที่ที่คุณลุงสัมผัสกลิ่นหมึก   ห้องอับๆอากาศไม่ได้ระบายเท่าที่ควร  คลุกคลีแต่กับหมึกพิมพ์  สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ  คุณลุงทำงานที่โรงพิมพ์แห่งหนึ่งใน จ. นครพนมนาน 15 ปี   สุขภาพปอดเริ่มไม่ดี   มาที่ห้องอุบัติเหตุ-ฉุกเฉินสัปดาห์ละ 6 วัน   คิดคำนวณได้ว่า ใน 1 เดือนมา 24 วัน    ทางคลีนิคโรคระบบทางเดินหายใจได้ส่ง Home health  care  ตามเยี่ยมบ้านก็แล้ว  เราส่งทีมสหสาขาพูดคุยด้วย  พร้อมทำ Case Conference ใน PCT อายุรกรรม   จึงมีทีมรพ.ประกอบไปด้วย แพทย์แผนกอายุรกรรม   แพทย์แผนก chest clinic  พยาบาลเวชกรรม  เจ้าหน้าที่กายภาพบำบัด  เจ้าหน้าเภสัชกรรม   เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์    ติดตามเยี่ยมคุณลุงที่บ้าน   แนะนำให้คุณลุงหลีกเลี่ยงสิ่งเร้าที่มีผลต่อสุขภาพ   หลายฝ่ายร่วมด้วยช่วยกันเป็นทีมสหสาขาวิชาชีพ   คุณลุงสุบันเริ่มคิดได้ว่าตนเองอายุมากขึ้น   ทำงานโรงพิมพ์มานาน   คุณลุงตัดสินใจลาออกจากงานโรงพิมพ์มาสมัครเป็นยาม  มีอยู่เวร 2 เวลาคือเช้ากับเย็น ดิฉันดีใจที่ผู้ป่วยตระหนักได้ถึงความสำคัญต่อปัญหาที่รุกเร้าตัวผู้ป่วย  ทำให้มองเห็นความสามัคคีของหน่วยงานต่างๆในรพ.  อันที่จะขับเคลื่อนเป็นพลังเพื่อพัฒนารพ.ให้ก้าวหน้าขึ้นไป  และไม่ลืมปลาร้าที่คุณลุงตั้งใจซื้อมาฝากด้วยความจริงใจ  ยิ่งนานยิ่งอร่อย  พอนำมาปรุงอาหารมื้อแรกแกงหน่อหวายใส่กระดูกหมู  จำรสชาติได้ว่าซดจนน้ำแห้ง  อร่อยจริงๆ ปลาร้าที่เดินทางมาไกลของคุณลุงสุบัน

           ชีวิตของลุงสุบันดีขึ้น    เริ่มห่างจากโรคหอบ   พ่นยาที่แผนกอุบัติตุ-ฉุกเฉิน น้อยลงมาก  3 เดือนจึงจะได้พ่นยา 1 ครั้ง  และห่างครั้งขึ้น   ช่วงหลังได้ยินข่าวว่าคุณลุงมีภรรยา   ทำงานเป็นแม่บ้านร้านขายทอง  ไปเช้า-เย็นกลับ   หลังแต่งงานชีวิตลุงสุบันดีขึ้น   จากที่มารพ.แผนกอุบัติเหตุ-ฉุกเฉินบ่อยๆ  ก็มาห่างครั้งขึ้น  ช่วงหลังแทบไม่ได้มาพ่นยานอกเวลาราชการเลย   แต่คุณลุงสุบันไม่เคยขาดนัดที่คลินิกโรคระบบทางเดินหายใจของดิฉันเลย   ดิฉันดีใจมาก มาครั้งหลังสุดหลังแต่งงานคุณลุงพูดคำคมให้เพื่อนๆที่คลินิกฟังว่า

“  รักวัวให้ผูก

รักลูกให้ตี

รักสามีต้องด่า

รักภรรยาต้องให้ตังค์”

คุณลุง หมายถึง  มีภรรยาแล้วต้องทำงานหาเงินให้ภรรยา      ส่วนดิฉัน  พยาบาลตัวอ้วน  น่ารัก   ผู้เป็นพยาบาลรายกรณี  โรคหอบหืด  โรคถุงลมโป่งพอง (case manager  COPD+ASTHMA clinic)  ต้องทำหน้าที่ต่อไปด้วยความภาคภูมิใจนี้เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งที่ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  บางทีดิฉันคิดทบทวนดูแล้ว  การที่เราทำงานเป็นประจำจนไม่รู้ว่าอันไหนจริงจัง มุ่งมั่น ทำผ่านไปวันๆหนึ่งเท่านั้น    หรือควรโอนอ่อนผ่อนตาม  แต่ทำแล้วสบายใจ   เพราะเราทำด้วยความจริงใจ บริสุทธิ์ใจ  ตั้งใจจะให้ผู้ป่วยพ้นจากทุกข์ เพราะการมีโรคประจำตัวก็ทุกข์อยู่แล้ว  การเป็นโรคเรื้อรังยิ่งทุกข์ขึ้นไป   ผู้ป่วยต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเข้า-ออกรพ.  ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง   ค่าอาหาร  ค่าน้ำ ค่าเสียเวลาที่ต้องทำงาน ผู้ป่วยที่มีงานประจำต้องลางาน 1 วันเต็มฯลฯ  คิดทบทวนอีกครั้งดิฉันมีความสุขทุกครั้งที่เห็นผู้ป่วยในคลินิกมีสุขภาพที่ดีขึ้นต้องขอบคุณงานพยาบาลที่ทำให้ดิฉันเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ขึ้น

“อันความกรุณาปราณี

จะมีใครบังคับก็หาไม่

หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ

จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน”

 

 

 


สงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาบทความ© วัชรา บุญสวัสดิ์

     
 

เชิญแสดงความเห็น

คำตอบ หรือ ข้อคิดเห็น
Verify text
dbregistry_eac
ตอบกระทู้ โดย คุณ
Email
แนบ File หรือ รูปภาพ

โปรดตั้งชื่อไฟล์เป็นภาษาอังกฤษ และไม่มีช่องว่าง
 

ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ประพันธ์บทความหรือผู้ดำเนินการเว็บไซต์นี้ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
ผู้ประพันธ์บทความนี้ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
 
     
 
     
     
php